หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ธันวาคม - 2557 
    อา
    พฤ
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    การคิดค่าเสื่อมของส่วนปรั...
       
    ส่งพนักงานไปเรียนต่อปริญญ...
       
    ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิต...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    กลยุทธ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
    ตั้งแต่ต้นปี 2550 ที่ผ่านมานี้ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศไทย ไม่สดใสเหมือนที่นักธุรกิจหลายคนอยากให้เป็น เนื่องจากมีปัจจัยหลักหลายๆ เรื่องที่ส่งผลกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะปัจจัย อันเนื่องมาจากเรื่องของการเมือง ดังนั้นจึงมีแรงผลักดันจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่พยายามให้รัฐบาลออกมาตรการเพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในประเทศ ผมมองว่าการเรียกร้องเช่นนี้ก็อาจจะช่วยนักธุรกิจไทยในระดับหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้วการพัฒนาระดับของความสามารถในการแข่งขันน่าจะเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไทยควรจะต้องตระหนักถึงและนำไปปฏิบัติใช้โดยนำไปรวม ไว้ในการคิดแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร ความสามารถในการแข่งขันนั้นอาจจะแบ่งออกเป็น ได้ในหลายด้าน เช่น ด้านความสามารถของบุคคลากรในองค์กร ด้านการมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ หรือด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ในบทความนี้ ผมจะขอกล่าวถึงความสำคัญและแนวปฏิบัติสำหรับองค์กรที่จะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางด้านการจัดการห่วง โซ่อุปทานก่อนอื่นขอทำความเข้าใจถึงความหมายของคำว่า "การจัดการห่วงโซ่อุปทาน" และ "การจัดการด้านโลจิสติกส์" ว่ามีความหมายเหมือนหรือต่างกันอย่างไร จริงๆ แล้วในวงการวิชาการหรือแม้กระทั่งในหมู่นักปฏิบัติเองก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าคำสองคำนี้ มีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร คำว่า "โลจิสติกส์" นั้นถูกบัญญัติขึ้นมาใช้ก่อนคำว่า "ห่วงโซ่อุปทาน" และมักจะใช้เพื่อหมายความถึงการจัดการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ และการกระจายสินค้าคงคลังขององค์กร ดังนั้น พอได้ยินคำว่าโลจิสติกส์เราจึงนึกถึงเรื่องของการขนส่งสินค้าและการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้าเป็นหลัก ส่วนคำว่า "การจัดการห่วงโซ่อุปทาน" นั้นจะเกี่ยวกับการจัดการไหลของสินค้า ข้อมูล และเงินในเครือข่ายที่ประกอบไปด้วยซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่งและค้าปลีก และลูกค้า จากคำจำกัดความนี้จะเห็นได้ว่าการจัดการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ในวงการโลจิสติกส์แนวคิดนี้ก็เป็นที่ยอมรับอยู่ไม่น้อยทีเดียว ในบทความนี้ผมจะขอยึดความหมายของคำสองคำนี้ตามที่อธิบายมา ในทางปฏิบัติคำสองคำนี้อาจจะใช้แทนที่กันได้และความแตกต่างของความหมายไม่ได้เป็นสาระสำคัญที่จะก่อให้เกิดปัญหาในการนำเทคนิคการจัดการด้านโลจิสติกส์ไป สู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการขององค์กร

    ตั้งแต่ในสมัยของรัฐบาลที่แล้วของที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับด้านโลจิสติกส์ ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลได้บรรจุเรื่องของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของการบริหารราชการแผ่นดิน (ในประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3) ส่วนในรัฐบาลปัจจุบันก็ได้มีการทำแผนแม่บทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยระบุถึงการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานไว้อย่างชัดเจน ตัวชี้วัดที่สำคัญตัวหนึ่งในการวัดความสำเร็จของแผนยุทธศาสตร์นี้ในทั้งสองรัฐบาลก็คือต้นทุนของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การประมาณการต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย ในปัจจุบันมีค่าอยู่ระหว่าง 16 ถึง 19% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับต้นทุนของประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่อยู่ในระดับ 9% ของจีดีพี การที่จะลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ลงได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ และรัฐบาลต้องเป็นผู้สนับสนุนในการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านั้น ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนให้มีการ จัดสร้างระบบการขนส่งแบบรางที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนการพัฒนาบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เพราะเป็นเรื่องในระดับมหภาค (Macro) คำถามก็คือ ถ้านักธุรกิจเหล่านี้ไม่สามารถที่จะมีอำนาจโดยตรงในเรื่องดังกล่าวแล้ว พวกเขาจะมีหนทางอื่นๆ อีกหรือไม่ในการที่จะลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ หรือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่เกี่ยวกับการจัดการห่วงโซ่อุปทาน แน่นอนในระดับจุลภาค (Micro) แล้ว นักธุรกิจสามารถที่จะนำหลักการทางทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาปรับใช้กับองค์กรของเขาได้

    (ติดตามฉบับเต็มในสรรพากรสาส์นเดือนมิถุนายน 2550)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     
     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.