หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    พฤศจิกายน - 2560 
    อา
    พฤ
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    14
    15
    18
    19
    23
    25
    26
    28
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    ซื้อกระเช้าปีใหม่
       
    เงินได้ตาม ม.40(2)
       
    กรณีบริษัทรับเงินสนับสนุน...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    สถานประกอบการในความหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
    1. ความหมายและลักษณะสำคัญของสถานประกอบการ
               ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(20) คำว่า "สถานประกอบการ" หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำและให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย
               ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการเลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ
               บทบัญญัติดังกล่าวอธิบายความได้ว่าเหตุที่ต้องมีคำนิยามเพื่อกำหนดสถานที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งโดยทั่วไปผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการอยู่แห่งเดียวคงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ในบางครั้งกิจการจำต้องมีสาขา มีโรงงานผลิตสินค้า หรือมีโกดังเก็บสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการใช้ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ ในกรณีนี้ประมวลรัษฎากรให้ถือว่า สาขา โรงงานผลิตสินค้า โกดังเก็บสินค้า เป็นสถานประกอบการด้วย
               คำว่า “สถานประกอบการ” ตามประมวลรัษฎากร ครอบคลุมถึงสถานที่ 3 แห่งด้วยกัน คือ
               1) สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ
               ผู้ประกอบการต้องมีการประกอบกิจการ กล่าวคือ ต้องมีผู้ดำเนินกิจการในสถานที่ที่ใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ ดังนั้น หากมีเพียงสถานที่แต่ไม่มีผู้ดำเนินกิจการก็ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ หรือสถานที่ดังกล่าวใช้ประกอบกิจการเพียงชั่วคราว ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ เช่นกัน
                   ตัวอย่างที่ 1 หน่วยงานก่อสร้างชั่วคราว บริษัทฯ มิได้ใช้ประกอบกิจการเป็นประจำไม่เข้าลักษณะเป็น"สถานประกอบการ" ตามมาตรา 77/1 (20) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีถือไม่ได้ว่ามีสถานประกอบการหลายแห่ง ตามมาตรา 85 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องจดทะเบียนเป็นรายสาขา (สถานประกอบการ)
                   ตัวอย่างที่ 2 สถานที่ที่บริษัทฯ มีการให้บริการตรวจเช็คเครื่องบินโดยระบุสถานที่ตั้งและในขณะเดียวกันบริษัทมีสำนักงานอยู่ที่สนามบินด้วยซึ่งเป็นสถานที่ใช้ประกอบกิจการให้บริการเป็นประจำ จึงเข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ มีสถานประกอบการหลายแห่ง บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสาขาเพิ่มเติม ณ ที่การอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ตามมาตรา 85 แห่งประมวลรัษฎากร
                   ตัวอย่างที่ 3 สถานประกอบการ ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร หมายความว่าสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ฯลฯ ดังนั้น อาคารพาณิชย์ที่บริษัทฯ เช่าตามสถานที่ต่างๆ เพื่อใช้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ขนส่งมาจากโรงงานใส่รถตู้นำออกไปจำหน่ายโดยมีคอมพิวเตอร์ PC ไว้รับ ONLINE รายการสินค้าที่พร้อมจะขายจากโรงงานเพื่อ LOAD รายการสินค้าเข้าคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนรถตู้และนำข้อมูลการขายสินค้าจากคอมพิวเตอร์บนรถตู้มา LOAD เข้าคอมพิวเตอร์เพื่อส่งข้อมูล ONLINE ไปยังสำนักงานใหญ่ ตามข้อเท็จจริงข้างต้นสถานที่เช่าดังกล่าว ถือเป็นสถานที่ซึ่งบริษัทฯ ใช้เป็นที่ประกอบกิจการเป็นประจำ เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนเป็นสาขา ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ทั้งนี้ ตามมาตรา 85 แห่งประมวลรัษฎากร
               2) สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตสินค้าเป็นประจำ
               สถานที่ใช้ผลิตสินค้าเป็นประจำ เช่น โรงงานผลิตสินค้า แต่ถ้าหากเป็นสถานที่ใช้ผลิตสินค้าเพียงชั่วคราว ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ
                   ตัวอย่างที่ 1 สถานที่ผสมคอนกรีตในบริเวณงานก่อสร้างตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็น "สถานประกอบการ" ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร เพราะไม่ใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้ผลิตสินค้าเป็นประจำ หากแต่เป็นเพียงสถานที่ใช้ผลิตสินค้าชั่วคราว เมื่อหมดงานแล้วก็ต้องรื้อถอนเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่ บริษัทฯ จึงไม่ต้องแจ้งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นสถานประกอบการแต่อย่างใด
                   ตัวอย่างที่ 2 หากสถานที่ผลิตสินค้าของบริษัทผู้รับจ้างตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่มีพนักงานของบริษัทฯ ไปปฏิบัติงานรับชำระราคา ติดต่อ หรือให้บริการแก่ลูกค้า รวมทั้งไม่เป็นสถานที่เก็บสินค้าเป็นประจำ สถานที่ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามคำนิยามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งสถานที่ผลิตสินค้าของบริษัทผู้รับจ้างเป็นสถานประกอบการเพิ่มเติมตามมาตรา 85/7 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด
                   ตัวอย่างที่ 3 มาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร สถานประกอบการ หมายความว่า "สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำและให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย" สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิต คำว่า "ผลิต" พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายความว่า "ทำให้เกิดมีขึ้นตามที่ต้องการด้วยอาศัยแรงงานหรือเครื่องจักร" การผลิตน้ำประปาจึงเป็นการทำให้เกิดมีขึ้น ซึ่งน้ำประปาตามที่ต้องการขั้นตอนการผลิตโรงสูบน้ำมีหน้าที่สูบน้ำจากคลองแล้วส่งต่อไปยังโรงกรองน้ำเพื่อให้โรงกรองน้ำผ่านกรรมวิธีการผลิต ทั้งโรงสูบน้ำและโรงกรองน้ำเป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดมีขึ้นซึ่งน้ำประปาตามที่ต้องการด้วยอาศัยเครื่องจักรโดยมีแรงงานบุคคลเข้าควบคุมดูแลโรงสูบน้ำอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ของการผลิตและโรงกรองน้ำอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ของการผลิตทั้งโรงสูบน้ำและโรงกรองน้ำ จึงเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตสินค้าเป็นประจำของผู้ประกอบกิจการผลิตน้ำประปา เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ ตามความหมาย "สถานประกอบการ" ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อโรงสูบน้ำและโรงกรองน้ำมีสถานที่ตั้งคนละแห่งกับสำนักงานใหญ่จึงต้องจดทะเบียนเป็นสาขาด้วย
                        3) สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่เก็บสินค้าเป็นประจำ
               สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่เก็บสินค้าเป็นประจำ เช่น โกดังเก็บสินค้า แต่ถ้าหากเป็นสถานที่ใช้เก็บสินค้าเพียงเพียงชั่วคราวไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ
                   ตัวอย่างที่ 1 บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการรับฝากสินค้าในฐานะคลังสินค้าโดยได้รับค่าบำเหน็จเป็นรายเดือน ตามมาตรา 770 และมาตรา 778 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีลูกค้าที่นำสินค้ามาฝากในคลังสินค้าโดยไม่มีสิทธิครอบครองในสถานที่ดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นสถานที่เก็บสินค้าเป็นประจำ ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ลูกค้าผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ฝากสินค้าไว้ที่คลังสินค้า จึงไม่ต้องจดทะเบียนสถานประกอบการแต่อย่างใด
                   ตัวอย่างที่ 2 กรณีบริษัทฯ นำสินค้าจำนวนหนึ่งไปจัดเก็บไว้ที่โกดังของบริษัท ส.จำกัด โดยไม่ได้เสียค่าเช่า และบริษัทฯ ไม่มีโครงการจะเก็บสินค้าที่โกดังดังกล่าวเป็นการถาวร กรณีดังกล่าวหากสถานที่เก็บสินค้าดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บสินค้าเป็นการชั่วคราวย่อมไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ต้องปฏิบัติการใดตามบทบัญญัติในประมวลรัษฎากร
                   ตัวอย่างที่ 3 ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า สถานประกอบการ หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ได้ใช้บ้านเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของนาย ป. กรรมการผู้จัดการเป็นสถานที่เก็บสินค้าอีกแห่งหนึ่ง แม้จะไม่ได้ใช้เป็นสถานประกอบกิจการซื้อขายสินค้า และไม่มีรายรับ รายจ่าย ก็ตาม เมื่อบริษัทฯ ใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้าเป็นประจำ ย่อมเข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ ตามความในมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) เปิดสถานประกอบการเพิ่มเติมตามมาตรา 85/7 แห่งประมวลรัษฎากร 
               สถานที่ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวจะต้องใช้เป็นประจำ หากเป็นการใช้ชั่วคราว ก็จะไม่ถือเป็นสถานประกอบการ และไม่ต้องจดแจ้งเป็นสาขา
               คำว่า “ใช้สถานที่เป็นประจำ” ต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายประการ เช่น ระยะเวลา ความแข็งแรงของสถานที่ วัตถุประสงค์ของการใช้สถานที่ เป็นต้น
               นอกจากนี้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(20) วรรคสอง ยังได้กำหนดต่อไปอีกด้วยว่า ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(20) วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการเลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ ดังที่กล่าวมาแล้วสถานประกอบการจะเป็นที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้เป็นสถานที่จดทะเบียน เพราะผู้ประกอบการต้องมาจดทะเบียน ณ อำเภอ ท้องที่ หรือสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ดังนั้น เมื่อผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการที่แน่นอนเป็นหลักแหล่ง แต่ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนในกรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการใช้ที่อยู่อาศัยเป็นสถานประกอบการได้ หรือถ้ามีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการเลือกเอาที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวเป็นสถานประกอบการ ที่คิดว่าสามารถติดต่อได้
               อย่างไรก็ดี ตามข้อ 5 (5) (ก) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 กำหนดว่า กรณีผู้ประกอบการตาม (1) ถึง (3) ใช้สถานที่อยู่อาศัยของตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการหรือใช้สถานประกอบการของบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการให้แนบเอกสารและดำเนินการ ดังต่อไปนี้
               - กรณีใช้สถานที่อยู่อาศัยของตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ หรือใช้สถานประกอบการของบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการให้ติดป้ายแสดงชื่อผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการดังกล่าว
               “กรณีสถานที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการตามวรรคหนึ่งตั้งอยู่ในอาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดให้แนบภาพถ่ายหนังสือรับรองของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ประกอบการค้าของอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด”
               (แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 204) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นไป)



     
    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือนตุลาคม 2558)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.