หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ตุลาคม - 2561 
    อา
    พฤ
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    มาตรการสนับสนุนการลงทุนของบริษัทข้ามชาติในอาเซียน (ตอนที่ 1)
     
       
                หลังจากที่ได้พาผู้อ่านไปรู้จักกับมาตรการภาษีและวิธีการจัดการข้อพิพาทด้านการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนกันไปแล้ว ครั้งนี้จะนำท่านไปรู้จักข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัทข้ามชาติพร้อมเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเปิดบ้านรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกัน      พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย....
                       เป็นที่ทราบกันดีครับว่าการรวมตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างอำนาจการต่อรอง และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ซึ่งประการหลังนี้เน้นไปที่การสร้างมาตรการส่งเสริมการส่งออกและการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทางตรง (Foreign Direct Investment : FDI) หรือการลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ (Foreign Portfolio Investment : FPI) ก็เป็นที่ต้องการของทุกประเทศทั้งนั้น...แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ครับว่า ถ้าให้แต่ละประเทศเลือกระหว่าง FDI และ FPI เค้าจะเลือกอะไรกัน ? บอกใบ้ให้ครับ... FDI นั้นเป็นการเข้ามาลงทุนแบบดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เช่น เข้ามาตั้งบริษัทผลิตสินค้าหรือให้บริการและมักมีการลงทุนซื้อสินทรัพย์เพื่อใช้ดำเนินงาน ทำให้สินทรัพย์ที่ได้มาแปรเป็นเงินสดได้ยาก ในขณะที่ FPI ไม่ได้ดำเนินกิจกาจอย่างแท้จริง แต่เป็นการลงทุนในตลาดทุนเป็นหลัก เช่น ผ่านหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง แปรเป็นเงินสดได้ง่าย เงินทุนถูกเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี และรวดเร็ว แน่นอนครับคำตอบคงหนีไม่พ้น FDI เพราะ FDI สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นการลงทุนแบบระยะยาวเพราะการถอนหรือเลิกกิจการทำได้ไม่ง่าย ดังนั้นแต่ละประเทศจึงหาวิธีให้เงินนั้นอยู่ในประเทศของตนให้นานที่สุดเพื่อที่จะนำมาใช้ให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและสามารถจัดเก็บภาษี        ได้อย่างต่อเนื่อง และคงจะดีไม่น้อยหากเงินดังกล่าวมาพร้อมกับองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ถ่ายทอดมาจากผู้เชี่ยวชาญขององค์กรธุรกิจต่างชาติมาสู่คนในชาติ ส่งผลให้แรงงานนั้นมีศักยภาพ เข้มแข็ง และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและภูมิภาคต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งสำนักงานสนับสนุนส่วนภูมิภาคหรือที่ประเทศไทยรู้จักกันดีคือสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operating Headquarter : ROH)
                       กล่าวได้ว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนรูปแบบ ROH ดำเนินมาได้แล้วกว่าสิบสามปี          แต่ศักยภาพทางการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียยังเป็นประเด็นที่ต้องนำมาทบทวนครับว่าเหตุใดทั้งสองประเทศจึงประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศของตนอย่างมาก เป็นไปได้หรือไม่ว่าสำหรับประเทศไทย ROH ประเภทเดียวยังไม่เพียงพอต่อการจูงใจ หรือเราต้องสร้างเครื่องมือใหม่ๆ อย่างสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (International Headquarters : IHQ)       บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (International Trading Centers : ITC) หรือศูนย์บริหารทางการเงิน (Treasury Center : TC) เพื่อมาต่อสู้และดึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาบ้าง  และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรจากสิงคโปร์และมาเลเซียเพื่อนำมาเสริมประสิทธิภาพการลงทุนของบริษัทข้ามชาติในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น
    ท่านผู้อ่านสังเกตหรือไม่ครับ ตั้งแต่เริ่มมีการพูดถึง AEC นโยบายรวมถึงมาตรการต่างๆ ที่ช่วยผ่อนปรนอุปสรรคทางการค้าการลงทุน ในเวลานี้เริ่มทยอยให้เราเห็นผลกันบ้างแล้ว ที่สำคัญในหลายประเทศในกลุ่มเริ่มให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาตั้งธุรกิจแบบเป็นของตนเองมากขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ หลายสาขา หลายรูปแบบ ขณะเดียวกันยังเร่งสร้างเครื่องมือต่างๆ เพื่อเรียกลูกค้า ดังนั้นการจัดตั้ง ROH หรือที่กำลังจะจัดตั้ง IHQ, ITC และ TC ในประเทศไทยก็ล้วนเป็นเครื่องมือดึงดูดเงินจากภายนอกแล้วใช้เพิ่มแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใน  จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะนำท่านผู้อ่านมารู้จักกับมาตรการส่งเสริม    การลงทุนเหล่านี้...ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ ROH กันก่อนครับ
    สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือเรียกย่อๆ ว่า ROH ซึ่งเป็นบริษัทตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อประกอบกิจการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค หรือการให้บริการสนับสนุนแก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตนไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ  ROH ตั้งขึ้นครั้งแรกตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 วัตถุประสงค์ขณะนั้นก็เพื่อการสนับสนุนให้มีการลงทุนของบริษัทต่างประเทศในรูปแบบการจัดตั้งเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง   การลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือนมีนาคม 2558)
     

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.