หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    พฤศจิกายน - 2560 
    อา
    พฤ
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    14
    15
    18
    19
    23
    25
    26
    28
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    ซื้อกระเช้าปีใหม่
       
    เงินได้ตาม ม.40(2)
       
    กรณีบริษัทรับเงินสนับสนุน...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ท่องโลกภาษี

     

    global_tax1_200

     

    ภาษีอสังหาริมทรัพย์ช่วยให้รัฐบาลไอร์แลนด์มี งบคลังเกินดุล

         การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้รัฐบาลไอร์แลนด์มีรายได้ภาษีสูงขึ้นมาก  ส่งผลให้สถานะการคลังของรัฐบาลในปี 2006 มีงบเกินดุลมากกว่า 2,250 ล้านยูโร ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2005 รัฐบาลมีงบการคลังขาดดุลถึง 499 ล้านยูโร 
         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr. Brian Cowen ให้ความเห็นว่าการฟื้นตัวของสถานะการคลังนี้ เนื่องมาจากการวางแผนการคลังในระยะยาวของรัฐบาลทำให้ในปัจจุบันหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 25 ของเงินได้ประชาชาติเมื่อเทียบกับ 20 ปีที่แล้ว ที่ประเทศมีหนี้สาธารณะอยู่ประมาณร้อยละ 120 ของเงินได้ประชาชาติและการที่เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องมา  ตั้งแต่ปี 1997 ทำให้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการบริการสาธารณะแก่ประชาชน ลดภาระภาษีแก่บุคคลทั่วไปและผู้มีรายได้ต่ำ  นอกจากนี้ยังทำให้มีการวางแผนเงินออมเพื่อ การเกษียณอายุงานโดยช่วยเหลือให้ประชาชนลดภาระหนี้สิน และเพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการเกษียณอายุ (National Pensions Reserve Fund) 
         ในปี 2006 รัฐบาลมีรายได้ทั้งหมด 46,145 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8 จากยอดรายได้ปี 2005 คิดเป็นรายได้ภาษีเท่ากับ 45,539 ล้านยูโร  สูงกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ 3,889 ล้านยูโร  โดยผลจัดเก็บภาษีสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้สำหรับทุกประเภทภาษี โดยเฉพาะภาษีที่เก็บจากเงินได้จากทุน และอากรแสตมป์ ซึ่งส่วนหนึ่งมากจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ มีผลจัดเก็บสูงขึ้น 1,065 ล้านยูโร และ 1,032 ล้านยูโร ตามลำดับ  ซึ่งสัดส่วนของผลจัดเก็บภาษีทั้งสองประเภทรวมกันสูงถึงร้อยละ 54 ของผลจัดเก็บภาษีทั้งหมด 


    นโยบายภาษีของแคนาดาในปี 2550

         สรรพากรแคนาดาได้มีการปรับนโยบายภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 โดยมีรายละเอียดดังนี้
         (1) ให้สามารถขอเครดิตภาษีจากการจ้าง  (Employment Tax) ได้ เป็นเงิน 1,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2550 จากเดิมที่เคยขอเครดิตได้เพียง 250 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ  การให้ขอเครดิตได้มากขึ้นถึง 4 เท่านี้ทำให้คลัง มีรายได้ภาษีลดลง ดังนั้น รัฐบาลจึงมีแผนการที่จะเพิ่มอัตราภาษีเก็บจากเงินได้ในปีหน้า โดยเพิ่มอัตราขั้นต่ำของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากร้อยละ 15.25 เป็นร้อยละ 15.5 และกลุ่มผู้เสียภาษีที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือคู่สมรส ที่มีบุตร ซึ่งจะได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเพิ่มเติมอีกเดือนละ 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบุตร    1 คน ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี
         (2) ลดเบี้ยประกันการจ้างงานสำหรับลูกจ้างลงจากเดิมที่เคยกำหนดอัตราอยู่ที่ 1.87 เป็น 1.80 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (ต่อรายได้ที่จะรับประกัน 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ)    ในส่วนของผู้ว่าจ้างให้ลดอัตราลงจาก 2.62 เป็น 2.52 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (ต่อรายได้ที่จะรับประกัน 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) นอกจากนี้  ยังเพิ่มเพดานรายได้ที่จะรับประกันขึ้นจากเดิม 39,000 เป็น 40,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ
         (3) ในส่วนของอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการเกษียณอายุของแคนาดา (Canada Pension Plan) ยังคงอัตราเดิมไว้นั่นคือ ร้อยละ 4.95 สำหรับลูกจ้างและผู้ว่าจ้าง (ต่อรายได้ที่จะรับประกัน 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) อย่างไรก็ดี ได้มีการปรับเพดานเงินได้ที่จะรับประกัน จากเดิม 42,100 เป็น 43,700 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ภาระภาษีเงินได้สุทธิเพิ่มขึ้น 70 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับลูกจ้างและ 65 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ว่าจ้าง
         (4) เพิ่มค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรสเป็น 15,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลา 4 ปี และลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับขั้นเงินได้สุทธิสูงสุดสองอัตราคือจากร้อยละ 29 เป็นร้อยละ 26 และจากร้อยละ 26 เป็นร้อยละ 23
     อย่างไรก็ดี แคนาดายังคงเป็นประเทศที่มีภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดในกลุ่มประเทศ G-7 การเปลี่ยนแปลงในนโยบายภาษีครั้งนี้ครอบคลุมฐานภาษีที่กว้าง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เสียภาษีทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากนโยบายลดภาษีดังกล่าว


    สรรพากรสหราช-อาณาจักรเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษีในไอร์แลนด์เหนือ

         สรรพากรสหราชอาณาจักรแจ้งว่า ศาลได้ตัดสินจำคุกนักธุรกิจชาวไอร์แลนด์เหนือ (Mr.Curran) เป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากเจ้าหน้าที่สรรพากรสหราชอาณาจักรได้ตรวจสอบแล้ว  พบว่ามีการลงรายการบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จึงเป็นผลให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 1 ล้านปอนด์
     คณะกรรมการการตรวจสอบอาชญากร (Mr.Mike Parkinson) อธิบายว่า กรณีดังกล่าวนี้มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นการตรวจสอบที่ยากและ       ซับซ้อนมาก แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรให้ความเป็นธรรมและปกป้องธุรกิจที่ถูกต้องซื่อสัตย์แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ทำการติดตามผู้เสียภาษีที่พยายามหลบหลีกภาษีโดยเฉพาะการ นำรายการค่าใช้จ่ายบางรายการมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชีภาษี ทั้งที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น กรณีดังกล่าวนี้ คณะลูกขุนได้ตัดสินเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจาก Mr.Curran  นำใบกำกับภาษีปลอมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่  ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงต้องระงับการกระทำดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบ
         การเปลี่ยนแปลงระบบภาษีในสหราชอาณาจักร
    กรมสรรพากรสหราชอาณาจักรแจ้งว่า  ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2550 กรมสรรพากรจะนำวิธีการเสียภาษีเงินได้ผ่านระบบการหัก ณ    ที่จ่าย (Pay As You Earn : PAYE) มาใช้กับ     ผู้มีเงินได้ประเภทเงินบำนาญ
         เจ้าหน้าที่ฯ อธิบายว่า ปัจจุบันผู้ที่รับเงินบำนาญจะต้องนำเงินบำนาญรวมกับเงินได้อื่นเสียภาษีในอัตราร้อยละ 22 เว้นไว้แต่ว่าบุคคลนั้นได้แจ้งให้กรมสรรพากรทราบว่าไม่มีรายการเสียภาษีเงินได้ใดๆ และมีการชำระเงินภาษีสูงกว่าที่ตัวเองจะต้องชำระ ซึ่งหลังยื่นแบบแสดงรายการผู้เสียภาษีต้องยื่นคำร้องขอเงินคืนทุกปี แต่ในกรณีนี้กรมสรรพากรจะช่วยผู้เสียภาษีคำนวณภาษีล่วงหน้าได้ถึง 6 ปีภาษี อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะได้ส่งเอกสารต่างๆ เช่น แผ่นพับจดหมายและแบบฟอร์มการรับเงินบำนาญ เพื่อแนะนำการเปลี่ยนแปลงต่อไป โดยในขณะนี้มีจำนวนประชากรที่ได้รับเงินบำนาญเป็นจำนวนประมาณ 1 ล้านคน
         ผู้อำนวยการระบบ PAYE (Mr. Mike Shipp) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวนั้น จะทำให้มีการยื่นแบบแสดงรายการในจำนวนที่ถูกต้องและไม่ต้องยื่นคำร้องขอคืนเงินทุกปีเป็นการลดภาระสำหรับผู้ที่รับเงินบำนาญ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเสียค่าปรับด้วย


    การเลือกปฏิบัติต่อบริษัทต่างชาติในโปรตุเกส

         คณะกรรมการแห่งสหภาพยุโรปได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อเรียกร้องให้ประเทศโปรตุเกสปรับปรุงกฎหมายภาษี เนื่องจากบริษัทต่างชาติในโปรตุเกสต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานรายได้ทั้งหมด แต่ในขณะที่บริษัทท้องถิ่นจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิเท่านั้น
         คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทต่างชาติและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติที่ 226 แห่งอนุสัญญาสหภาพยุโรป ซึ่งถ้าโปรตุเกสไม่มีหนังสือตอบกลับเพื่อแสดงเจตนาภายในสองเดือน คณะกรรมการก็จะส่งเรื่องฟ้องศาลต่อไป
         โปรตุเกสชี้แจงว่า กฎเกณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถนำมาปรับใช้กับบริษัทในประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้ซึ่งส่วนใหญ่มีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนต่อกันอยู่แล้วทั้งนี้ ความแตกต่างจากฐานการจัดเก็บภาษีนั้น บริษัทต่างชาติสามารถนำภาษีที่เสียไว้ไปเครดิตภาษีได้ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติการขจัดภาษีซ้อนแห่งอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บ     ภาษีซ้อนและเป็นมาตรการที่ต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีด้วย
         อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฎิบัติต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ไม่มีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนต่อกันและไม่มั่นใจว่า หากมีภาษีซ้อนเกิดขึ้นบริษัทต่างชาติจะสามารถนำไปเครดิตภาษีในประเทศของตนได้ เนื่องจากความแตกต่างจากฐานการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีอัตราภาษีแตกต่างกันและให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีได้ดีไปกว่ามาตรการอื่นๆ ของสหภาพยุโรปที่มีอยู่ เช่น การขอข้อมูลจากบริษัทและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกภายใต้คำสั่งสหภาพยุโรป


    สหภาพยุโรปแจ้งอิตาลีให้แก้ไขกฎหมายภาษี

         คณะกรรมการแห่งสหภาพยุโรปเตือนอิตาลีให้นำระบบภาษีไปปรับใช้อย่างเป็นกลางและถูกต้องกรณีการจ่ายเงินได้ประเภทดอกเบี้ยและค่าสิทธิระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกภายใต้คำสั่งแห่งสหภาพยุโรป ทั้งนี้ คณะกรรมการได้เตือนรัฐบาลอิตาลีให้แสดงเจตนาดังกล่าว ภายในสองเดือน หากไม่มีหนังสือตอบกลับ คณะกรรมการก็จะส่งเรื่องฟ้องศาลต่อไป
    คำสั่งแห่งสหภาพยุโรปมีวัตถุประสงค์เพื่อยกเลิกการจัดเก็บภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยและค่าสิทธิระหว่างบริษัทในเครือเดียวกันที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศสมาชิกอื่นๆ รวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติระหว่างคนในชาติและธุรกรรมข้ามชาติ ในขณะที่อิตาลีได้นำบทบัญญัติภายใต้พระราชกฤษฎีกามาปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547  เนื่องจากมีการจ่ายเงินได้ประเภทดอกเบี้ยและค่าสิทธิเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงและหลบหลีกภาษี (ไม่รวมถึงการจ่ายเงินได้ก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ)
         อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องร่วมกันแล้ว เห็นว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวจะไม่รวมถึงการจ่ายดอกเบี้ยและค่าสิทธิใดๆ ที่ดำเนินการไปก่อน 1 มกราคม 2547


    ผลกระทบจากข้อหารือทางภาษีในอินเดีย

         นักลงทุนต่างชาติประหลาดใจมากหลังจากได้รับแจ้งจากสำนักงานตอบข้อหารือกฎหมายภาษีของรัฐบาลอินเดียว่า กำไรจากการดำเนินการจะต้องเสียภาษีผลได้จากทุนในระยะสั้นบริษัทในกลุ่ม Fidelity แจ้งว่าที่ผ่านมาข้อหารือของบริษัทตอบโดยสำนักงานฯ เป็นไปตามคำสั่งหรือแนวทางตามกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งยกเว้นภาษีผลได้จากทุนในระยะสั้น (ภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 10 สำหรับระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี) ในส่วนของการลงทุนระยะยาว ผู้ค้าที่มีหุ้นอยู่จะได้รับยกเว้นภาษีผลได้จากทุนเนื่องจากผู้ค้าต้องจ่ายภาษีที่รัฐบาลเก็บจากการค้ำประกันหลักทรัพย์
         สำนักงานฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า Fidelity ไม่มีสถานประกอบการถาวรในอินเดียรวมทั้งบัญชีรายการซื้อของและขายหุ้นต่างๆ เป็นผลได้จากการซื้อขายที่เป็นปกติวิสัยของบริษัทซึ่งบริษัทจะต้องเสียภาษีจากผลได้ดังกล่าว  อย่างไรก็ดี Fidelity สามารถอุทธรณ์ข้อหารือ    ดังกล่าวได้ในชั้นศาลต่อไป

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.