หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กันยายน - 2557 
    อา
    พฤ
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    12
    13
    14
    15
    16
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    การคิดค่าเสื่อมของส่วนปรั...
       
    ส่งพนักงานไปเรียนต่อปริญญ...
       
    ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิต...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    จำหน่ายหนี้สูญให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

    1_343 

    ดยเหตุที่มาตรา 65 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้บริษัทหรือห้าง- หุ้นส่วนนิติบุคคลใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณ รายได้และรายจ่าย กรณีเช่นนี้ เมื่อรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์สิทธิ กิจการก็ต้องนำรายได้นั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ แม้รอบระยะเวลาบัญชีนั้น จะยังไม่ได้รับชำระหนี้ รายได้เหล่านี้ บางครั้ง ไม่ได้รับชำระหนี้เลยหรือไม่อาจใช้สิทธิเพื่อรับชำระหนี้นั้นได้โดยแท้ กิจการก็ต้องจำหน่ายหนี้นั้นเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ซึ่งจะมีผลเท่ากับตัดเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิด้วย การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใดก็อาจจะมีผลทำให้การเสียภาษี เงินได้นิติบุคคลลดน้อยลงไปด้วย เพื่อความถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรมแก่กิจการและฝ่ายจัดเก็บภาษี บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร จึงวางหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ที่กำหนดโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 186ฯ ซึ่งออกตามความในมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อให้การจำหน่ายหนี้สูญของผู้เสียภาษีอากรทุกรายมีการปฏิบัติเช่นเดียวกัน โดยมีสาระสำคัญตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ได้แก่

    1. การจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีนั้นจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 ซึ่งออกตามความในมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร

    2. หากมีหนี้สูญที่กลับมาชำระคืนในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำหน่ายเป็นสูญ ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

    3. การจำหน่ายหนี้สูญในรายที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 ซึ่งออกตามความในมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร และได้นำไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิแล้ว ให้ปรับปรุงกลับคืนมาเป็นรายได้ หากเกิดการชำระหนี้สูญจำนวนนั้นกลับคืนในภายหลังอีกก็ไม่ต้องนำกลับมาคำนวณเป็นรายได้อีกครั้ง

    บทความนี้จึงขอนำเสนอเนื้อหาเฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญกรณีการจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีตามประมวลรัษฎากร และประเด็นปัญหา น่าสนใจที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติเพื่อยกเป็นกรณีตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้ลงในรายละเอียดปลีกย่อยมากนัก ทั้งนี้ ได้รวบรวมความเห็นของผู้ทรง คุณวุฒิหลายท่านมาประกอบกันโดยมีกรอบการนำเสนอดังนี้

    1. ลักษณะของหนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้

    2. หลักเกณฑ์การดำเนินการเพื่อจำหน่ายหนี้สูญ

    3. รอบระยะเวลาบัญชีที่จะจำหน่ายหนี้สูญ

    4. การได้รับชำระหนี้ภายหลังจำหน่าย หนี้สูญ

    5. ตารางสรุปการจำหน่ายหนี้สูญ

    6. ประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ

    1.ลักษณะของหนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ 2

    1.1 หนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ได้ จะต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (1) ต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการ3หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ4 หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ5 ทั้งนี้ ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ

    (2) ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความและมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้

    1.2 ข้อพิจารณาและประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ

    (1) ประเด็นปัญหา : หนี้ที่มีลักษณะโดยพื้นฐานเกี่ยวข้องกับกิจการ กล่าวคือ เป็น หนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ ในการคำนวณกำไรสุทธิจะนำมาเป็นรายจ่ายได้เมื่อใด ประเด็นปัญหานี้ มีความเห็นเป็น 2 แนวทาง คือ

    แนวทางที่หนึ่ง6 : จะเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 3 หลักเกณฑ์ เช่น หลักเกณฑ์ที่ว่าต้องเป็นหนี้ที่ได้รวมคำนวณกำไรสุทธินั้น หนี้บางอย่างอาจจะไม่ได้รวมเป็นเงินได้แต่เข้าหลักเกณฑ์ข้ออื่น เช่น บริษัทให้พนักงานกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ต่อมาได้เกิดหนี้สูญ ต้องดูว่าเป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือไม่ ถ้าเป็นก็เอามาตัดเป็นหนี้สูญได้ แต่ถ้าเป็นหนี้ส่วนตัวไม่เกี่ยวกับกิจการ ก็เอามาตัดหนี้สูญไม่ได้

    แนวทางที่สอง7 : หนี้จากการประกอบกิจการและหนี้เนื่องจากการประกอบกิจการ ถ้าไม่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ หนี้นั้นย่อมจำหน่ายหนี้สูญไม่ได้

    แนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากร8 การจำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรนั้น จะต้องเป็นหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับรู้เป็นรายได้และนำไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้วเท่านั้น (2) ข้อควรระวัง : ต้องแยกการพิจารณาระหว่างหนี้สูญกับผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ เพราะมิใช่ว่าเมื่อ เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะนำมาตัดเป็นหนี้สูญได้ทุกกรณี จึงมีข้อพิจารณา9 ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้

    ก. พนักงานของบริษัทไปเก็บเงินจากลูกหนี้แล้วยักยอกเงินนั้นไป บริษัทได้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาแล้ว กรณีไม่ใช่ เป็นเรื่องหนี้สูญ เพราะถือว่าลูกหนี้ชำระหนี้ให้บริษัทแล้ว ควรถือเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ซึ่งหักเป็นรายจ่ายได้โดยมี หลักฐานประกอบ เช่น การแจ้งความหรือการดำเนินคดีในศาล

    ข. กรณีเกิดไฟไหม้ร้านค้าของบริษัทเสียหายทั้งหมด กรณีไม่ใช่เป็นเรื่องหนี้สูญ แต่เป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้หมด ถ้าหากไม่สามารถเรียกเงินค่าเสียหายจากการประกันอัคคีภัยได้

    ค. บริษัทขายลูกหนี้ให้บริษัทอื่นในราคาตามบัญชี กรณีนี้ไม่เข้าลักษณะจำหน่ายหนี้สูญ แต่อาจถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายทรัพย์สินต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร

    ง. บริษัทส่งสินค้าไปขายต่างจังหวัดระหว่างทางขนส่งถูกปล้น บริษัทผู้ขนส่งยอมชำระค่าเสียหายให้บางส่วน โดยบริษัทขนส่งทำหนังสือประทับตรารับรองว่าถูกปล้นจริง กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องหนี้สูญ แต่เป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ ซึ่งสามารถตัดเป็นรายจ่ายได้ ถ้าหากมีหลักฐานครบถ้วน

    (3) อายุความที่ใช้ในการดำเนินการบังคับชำระหนี้ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์10 หนี้รายใดขาดอายุความแล้ว หนี้รายนั้นจะจำหน่ายหนี้สูญไม่ได้ หรือหนี้รายใดแม้จะไม่ขาดอายุความแต่ไม่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้ หนี้รายนั้น ก็จำหน่ายหนี้สูญไม่ได้เช่นเดียวกัน

    ปัญหามีว่า หากหนี้ขาดอายุความแล้ว ลูกหนี้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จะจำหน่ายหนี้สูญสำหรับหนี้ส่วนที่เหลือได้หรือไม่

    หนี้ที่ขาดอายุความแล้ว ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ได้11แต่ถ้าลูกหนี้ได้ชำระให้เจ้าหนี้ให้เจ้าหนี้หลังจากขาดอายุความแล้วไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ลูกหนี้จะเรียกคืนไม่ได้ แม้ว่าลูกหนี้จะไม่รู้ว่าหนี้นั้นขาดอายุความแล้วก็ตาม12 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้บัญญัติให้การชำระหนี้หลังจากหนี้ขาดอายุความแล้ว นับอายุความใหม่เหมือนกรณีการรับสภาพหนี้โดยการชำระหนี้บางส่วนก่อนที่หนี้จะขาดอายุความ ฉะนั้น หนี้ที่ขาดอายุความแล้วก็ยังคงเป็นหนี้ที่ขาดอายุความอยู่ เมื่อเป็นหนี้ที่ขาดอายุความแล้ว จึงไม่อาจจำหน่ายหนี้สูญได้13

    (4) กฎกระทรวงฯ ดังกล่าวใช้คำว่า "หลักฐาน" เท่านั้น ไม่จำต้องทำเป็นสัญญา หลักฐานโดยชัดแจ้งที่จะฟ้องร้องลูกหนี้ได้นั้นจะต้องทำขึ้นมาซึ่งต้องให้เจ้าพนักงานเชื่อถือได้ เป็นต้นว่า ใบส่งของ หนังสือรับสภาพหนี้ หรือเช็คที่ขึ้นเงินไม่ได้14 หลักฐานที่สามารถฟ้อง ลูกหนี้ได้นั้น มีทั้งหลักฐานที่เป็นพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ ซึ่งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในคดีได้ แต่มีหนี้บางประเภทที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ เช่นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ การให้กู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท เป็นต้น ซึ่งหากหนี้เหล่านี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามที่กฎหมายกำหนดก็จะจำหน่ายเป็นหนี้สูญไม่ได้15

    (5) หนี้ดังกล่าวจะต้องเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว หากยังไม่ถึงกำหนดเวลาชำระหนี้ก็ยังไม่ต้องนำมารวมในการคำนวณเนื่องจากสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ยังไม่เกิดขึ้น

    2.หลักเกณฑ์การดำเนินการเพื่อจำหน่ายหนี้สูญ

    หนี้ที่จะจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ได้นั้น นอกจากต้องมีลักษณะดังที่ได้กล่าวในข้อ 1. แล้ว ยังจะต้องดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ จึงจะจำหน่ายหนี้สูญได้ มิใช่เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ก็จำหน่ายหนี้สูญ ได้ทันที โดยมีวิธีการดำเนินการในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้

    2.1 การจำหน่ายหนี้สูญกรณีทั่วไป

    2.2 การจำหน่ายหนี้สูญกรณีเจ้าหนี้เป็นสถาบันการเงิน

    2.3 การจำหน่ายหนี้สูญกรณีปรับโครงสร้าง หนี้หรือประนอมหนี้

    2.1 การจำหน่ายหนี้สูญกรณีทั่วไป16

    2.1.1 กรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 500,000 บาท17

    การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 500,000 บาทขึ้นไป ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

    กรณีไม่ต้องมีการดำเนินการทางศาล18 กรณีนี้สามารถจำหน่ายหนี้สูญได้จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ ต้องมีการทวงหนี้ กล่าวคือ ได้ติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณี โดยมีหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชำระหนี้ โดยปรากฏว่า

    ก. ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป และไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้

    ข. ลูกหนี้เลิกกิจการ
    19 และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

    กรณีที่มีการดำเนินการทางศาล

    ก. กรณีฟ้องคดีแพ่ง20 ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่งหรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่ง และในกรณีนั้นๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้

    ข. กรณีฟ้องคดีล้มละลาย21 ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้นๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาล พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการ แบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

    ข้อพิจารณาและประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ

    (1) การจำหน่ายหนี้สูญ ตามข้อ 4(1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) เป็นกรณีที่ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ทางศาล เพียงแต่เกิดกรณีตาม ข้อ 4(1)(ก)(ข) ก็จำหน่ายหนี้สูญได้ ปัญหามีว่า จะต้องเกิดทั้งกรณีตาม ข้อ 4(1)(ก) (ข) จึงจะจำหน่ายหนี้สูญได้ หรือเกิดเฉพาะกรณีตามข้อ 4(1)(ก) หรือ (ข) อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะจำหน่ายหนี้สูญได้ หากพิจารณาตามกฎหมาย ไม่ได้มีคำเชื่อมไว้ว่าเป็นกรณี "และ" "หรือ" ไว้ กรณีดังกล่าวจึงแยกออกจากกันได้ และข้อเท็จจริงถ้าเกิดกรณีตามข้อ 4(1)(ก) แล้ว หากจะให้เกิดกรณีตามข้อ 4(1)(ข) ด้วย จึงจะจำหน่ายหนี้สูญได้ กรณีตามข้อ 4(1)(ก) เกือบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย เพราะหากลูกหนี้ตายแล้วไม่มีการเลิกกิจการก็จำหน่ายหนี้สูญไม่ได้ การตายของลูกหนี้ก็จะไม่มีความหมายที่จะจำหน่ายหนี้สูญตามข้อ 4(1)(ก) เลย ดังนั้น การจำหน่ายหนี้สูญกรณี ดังกล่าว หากเกิดเพียงกรณีตามข้อ 4(1)(ก) หรือ ข้อ 4(1)(ข) กรณีใดกรณีหนึ่งก็จำหน่าย หนี้สูญได้แล้ว22

    (2) ปัญหากรณีลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้ เนื่องจากตามข้อ 4(2) ของ กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ไม่ได้กำหนดขอบเขตไว้ชัดเจน จึงทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติตามมาว่า ต้องใช้หลักฐานใดมาแสดงต่อกรมสรรพากร เพื่อพิสูจน์ให้เห็นและเชื่อได้ว่า ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ที่จะชำระหนี้ได้จริง

    การจำหน่ายหนี้สูญในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 500,000 บาทขึ้นไป หลักฐานที่พิสูจน์ว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เดิมกรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ คือ สำเนารายงานการดำเนินการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่รายงานต่อศาลมาใช้ประกอบการจำหน่ายหนี้สูญ และกรมสรรพากรไม่เคยยอมรับการใช้รายงานของเจ้าหนี้ผู้ติดตามสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ประกอบกับคำบังคับของศาลที่ให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือ คำสั่งเป็นหลักฐานในการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ได้ แต่ปัจจุบันการจำหน่ายหนี้สูญ ในกรณีดังกล่าว สามารถใช้สำเนารายงานการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่แสดงว่า ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ที่จะชำระหนี้ได้ โดย เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องรับรองความถูกต้องของรายงานด้วย หรือเจ้าหนี้อาจใช้รายงานการติดตามสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้จากทนายความ โดยแจ้งรายงานดังกล่าวเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีประกอบการจำหน่ายหนี้สูญ กรณีเช่นนี้ หากเจ้าหนี้จำหน่ายหนี้สูญ โดยใช้หลักฐานตามแนวทางที่กรมสรรพากรได้วางไว้ ก็น่าจะเป็นการยอมรับของเจ้าพนักงานประเมินได้23

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรประจำเดือนพฤษภาคม 2552)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     
     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.