หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กันยายน - 2560 
    อา
    พฤ
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    ซื้อกระเช้าปีใหม่
       
    เงินได้ตาม ม.40(2)
       
    กรณีบริษัทรับเงินสนับสนุน...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    การหลบเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศ (ตอนที่ 6)

    7_424 

         ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องการหลบเลี่ยงภาษีไปแล้ว 5 ตอน ผู้ที่ติดตามมาโดยตลอดก็จะเข้าใจดีว่ารูปแบบการหลบเลี่ยงภาษีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับหลายประเทศมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและความเชื่อมโยงของตลาดการเงินที่สูงขึ้น ลำพังการออกกฎหมายเพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีคงไม่สัมฤทธิผลได้ถ้าหน่วยงาน จัดเก็บไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศ นานาประเทศจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลระหว่างประเทศมากขึ้น ในตอนที่ 6 ซึ่งเป็นบทส่งท้ายนี้ จะขอนำเสนอเรื่องการพัฒนาในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน

         นานาประเทศได้มีการพัฒนาเรื่องการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลใน 3 แนวทางหลัก คือ การจัดทำความตกลงเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศทางภาษีอากรระหว่างประเทศ การปรับปรุงอนุสัญญาภาษีซ้อนในข้อบทที่ 26 ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ และการพัฒนาในด้านการเปิดเผยข้อมูลธนาคาร

         1.ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อการแลกเปลี่ยน ข้อสนเทศทางภาษีอากร (Agreement on Exchange of Information in Tax Matters - TIEA)

            เนื่องจาก OECD พบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการหลบเลี่ยงภาษีและการหนีภาษีคือ ขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปโดยไม่มีประสิทธิภาพ OECD จึงแนะนำการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยการทำความตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศทางภาษีอากร (Agreement of exchange of information on tax matters) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ OECD ได้ร่างตัวอย่างหนังสือความตกลงร่วมกัน โดยระบุรายละเอียดต่างๆ ที่ควรแสดงไว้ในความตกลงดังกล่าว เช่น นิยามต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อสนเทศตามคำร้องขอของประเทศคู่สัญญา การตรวจสอบภาษีอากรในประเทศคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง การอนุวัตความตกลงร่วมกันให้มีผลบังคับในประเทศคู่สัญญาโดยการออกกฎหมายภายในเพื่อให้ความตกลงที่ทำร่วมกันนั้นสามารถบังคับใช้ได้จริง1 การเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนตามข้อตกลงเป็นความลับ การปฎิเสธคำร้องขอข้อมูลของประเทศคู่สัญญา และการทำความตกลงร่วมกันนี้สามารถทำในลักษณะทวิภาคี และพหุภาคีก็ได้

         ความตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน ข้อสนเทศทางภาษีอากรระบุให้ประเทศคู่สัญญาให้ความช่วยเหลือ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดเก็บภาษีอากรของประเทศคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ข้อมูล ดังกล่าว ได้แก่ ข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการประเมินภาษี การจัดเก็บภาษี การสืบสวนและการฟ้องร้องทางภาษี และข้อมูลนั้นต้องถือเป็นความลับ แต่สามารถเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รวมถึงศาลและหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภาษี การจัดเก็บภาษี การบังคับใช้กฎหมายภาษีอากร การฟ้องร้องและการอุทธรณ์ภาษี ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวต้องอยู่ภายในประเทศคู่สัญญาเท่านั้น

        รัฐผู้รับคำร้องขอข้อสนเทศจากประเทศ คู่สัญญาสามารถปฎิเสธคำร้องขอนั้นได้ในกรณีเช่น ข้อมูลที่ขอนั้นเป็นข้อมูลที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือคำร้องขอข้อมูลนั้นไม่เป็นไปตามความตกลงฯ หรือข้อมูลนั้นเป็นการเปิดเผยความลับทางการค้า ธุรกิจ อุตสาหกรรม การพาณิชย์ กรรมวิธีทางการค้า หรือความลับทางวิชาชีพ หรือการเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี เป็นต้น

         นอกจากนี้ ความตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศทางภาษีอากรระบุเรื่องการตรวจสอบภาษีอากรในประเทศคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (Tax Examinations Abroad) โดยให้เจ้าหน้าที่ของประเทศคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งสามารถเข้าไปทำการไต่สวนและตรวจสอบเอกสาร หลักฐานในประเทศคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ หรือให้เจ้าหน้าที่ของประเทศคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเข้าไปร่วมในส่วนหนึ่งส่วนใดของการตรวจสอบภาษีอากรซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ประเทศคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ หรือขอให้เจ้าหน้าที่ของประเทศคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งทำการตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบที่กำหนดโดยประเทศคู่สัญญาอีกประเทศหนึ่ง

          2.การปรับปรุงอนุ- สัญญาภาษีซ้อนในข้อบทที่ 26 ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ

    อนุสัญญาภาษีซ้อนได้บัญญัติข้อบทที่ 26 ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ เพื่อให้มีการร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล ในทางปฏิบัติมีวิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ 3 วิธี2 ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลตามคำขอของอีกประเทศหนึ่ง (Exchange of information on request) การแลกเปลี่ยนข้อมูลในกรณีที่พบว่าข้อมูลที่มีนั้นเกี่ยวข้องกับ อีกประเทศหนึ่ง (Spontaneous exchange of information) การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติ (Automatic or routine exchange of information) OECD ได้ปรับปรุงข้อบทที่ 26 ครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 2004 ซึ่งบัญญัติอยู่ในร่างอนุสัญญาภาษีซ้อนของ OECD ฉบับปี ค.ศ. 2005 ร่างข้อบทที่ 26 ได้เพิ่มเติมวรรค 4 เพื่อกำหนดห้ามประเทศที่ถูกขอข้อมูลปฏิเสธคำร้องเนื่องจากประเทศตนไม่ได้รับผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวเพื่อการจัดเก็บภาษีภายในประเทศของตน เงื่อนไขการต้องมีประโยชน์ต่อการจัดเก็บภาษีในประเทศของผู้ถูกขอข้อมูลอาจเกิดจากกฎหมายภายในประเทศหรือแนวปฏิบัติของประเทศนั้นๆ ทำให้ความสามารถในการให้ข้อมูลขึ้นอยู่กับว่าประเทศของตนจะได้รับประโยชน์จากการใช้ข้อมูลดังกล่าวในการจัดเก็บภาษีหรือไม่ วรรค 4 ที่กำหนดขึ้นใหม่นี้จึงเพิ่มความชัดเจนว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นประโยชน์กับการจัดเก็บภาษีในประเทศผู้ถูกขอหรือไม่

         นอกจากนั้นแล้วยังมีการเพิ่มวรรค 5 เข้าไปในร่างข้อบทที่ 26 ซึ่งกล่าวถึงข้อมูลที่ อยู่ในการควบคุมของธนาคาร สถาบันการเงิน นอมินี และตัวแทนทั้งหลาย รวมถึงข้อมูลการเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง (ownership information) วรรคนี้กำหนดว่าประเทศที่ถูกขอข้อมูลไม่สามารถปฏิเสธการให้ข้อมูลได้เพียงเพราะว่าข้อมูลที่ขอเป็นข้อมูลของธนาคารหรือเพียงเพราะว่าข้อมูลนั้นต้องทำการตรวจสอบการเป็นเจ้าของที่แท้จริง กล่าวคือเพิ่มความชัดเจนว่าไม่สามารถกล่าวอ้างกฎการรักษาความลับของข้อมูลธนาคารเพื่อปฏิเสธการแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้น

         3.การพัฒนาในด้านการเปิดเผยข้อมูลธนาคาร

    OECD ได้จัดทำรายงานชื่อว่า Tax Co-operation: Towards a Level Playing Field - 2006 Assessment by the Global Forum on Taxation เพื่อรายงานความก้าวหน้าในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลธนาคารโดยทำการสำรวจข้อมูลจาก 82 ประเทศ ซึ่งปรากฏว่าหลายประเทศได้เพิ่มความโปร่งใสโดยการออกกฎการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (customer due diligence) เพิ่มอำนาจในการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดให้ใบหุ้นต้องอยู่ในการดูแลโดยผู้ดูแลและ เก็บรักษาหลักทรัพย์และต้องมีการระบุผู้เป็นเจ้าของหุ้น (immobilization of bearer share3) อีกทั้งประเทศส่วนใหญ่ยังได้จัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อน และ/หรือ TIEA ด้วย

         นอกจากนั้นแล้ว ในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ยังมีความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลธนาคารเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี โดยดำเนินการดังนี้

         • การยกเลิกการเปิดบัญชีโดยปกปิดเจ้าของบัญชี (anonymous account)

         • การกำหนดให้มีการระบุตัวตนเจ้าของบัญชี

         •การเข้าถึงข้อมูลธนาคารในกรณีการกระทำความผิดทางภาษีที่เป็นความผิดทางอาญา ในบางประเทศการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ากรณีนั้นต้องเป็นความผิดอาญาทั้งสองประเทศ

       • การเข้าถึงข้อมูลธนาคารในกรณีการกระทำความผิดทางภาษีที่เป็นความผิดทางแพ่ง แม้ว่าประเทศในกลุ่ม OECD ส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูลธนาคารในกรณีความผิดทางแพ่ง แต่ก็ยังคงมีบางประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เลย

    (โปรดติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือน กรกฎาคม 2551)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.