หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กรกฏาคม - 2557 
    อา
    พฤ
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    18
    19
    20
    22
    23
    25
    26
    27
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    การคิดค่าเสื่อมของส่วนปรั...
       
    ส่งพนักงานไปเรียนต่อปริญญ...
       
    ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิต...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    สัมภาษณ์พิเศษ
      feb51_1_219

    ามที่พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ได้ยกเว้นให้ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีเงื่อนไข ตามกฎกระทรวง ไม่ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแสดงความเห็น ทำให้กรมสรรพากรมีแนวคิดเกี่ยวกับผู้สอบบัญชีภาษีอากรเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นดังกล่าว โดยในช่วงเวลาเริ่มต้นนั้น กรมสรรพากรได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ศาสตราจารย์หิรัญ รดีศรี ซึ่งท่านเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งผู้สอบบัญชีภาษีอากรในประเทศไทย โดยในช่วงแรกท่านดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตผู้สอบบัญชีภาษีอากร

    สรรพากรสาส์น : ขอเรียนถามถึงบรรยา- กาศในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการสรรหา ผู้สอบบัญชีภาษีอากรค่ะ

    ศ. หิรัญ : ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ สรรพากรสาส์น ที่ให้ได้มีโอกาสพูดคุยกันในวันนี้

    จุดเริ่มต้นของการมีผู้สอบบัญชีภาษีอากร เนื่องมาจากกระทรวงพาณิชย์ ได้ยกเลิกให้ งบการเงินของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่ยื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็น ทั้งนี้เพราะกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก มีผู้มีส่วนได้เสียเพียงจำกัด ซึ่งแตกต่างจากบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่มีผู้มีส่วนได้เสียเป็นจำนวนมากและมีสาธารณชนมาเป็นผู้ถือหุ้น จึงต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับ อนุญาต

    แต่เมื่อมีการยกเลิกด้วยเหตุผลดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อกรมสรรพากรเนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลได้มีการกำหนดให้ต้องแนบงบการเงินที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร รับรอง งบการเงินด้วย ดังนั้น กรมสรรพากรจึงได้พิจารณาจัดให้มีผู้สอบบัญชีภาษีอากรเพื่อ ทำหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากกรมสรรพากรได้ประเมินแล้วว่าถ้าเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากรก็จะขาดบุคคลที่จะมารับรองงบการเงินว่าถูกต้องตามหลัก การบัญชี หรืออีกนัยหนึ่งรับรองว่ากำไรหรือขาดทุนสุทธิ และฐานะการเงินถูกต้อง ดังนั้น จึงได้พิจารณาจัดให้มีผู้สอบบัญชีมาทำหน้าที่ ดังกล่าว ซึ่งในช่วงแรกยังไม่ได้มีการกำหนดชื่อเรียกบุคคลผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นั้น แต่ขณะเดียวกันกรมสรรพากรก็มิได้ตัดสิทธิในส่วนนี้ ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ดังนั้นกรมสรรพากร จึงได้มีการพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีว่าควรมีหลักเกณฑ์ อย่างไร ซึ่งผมได้รับการติดต่อให้เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน

    สรรพากรสาส์น : บุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวตามความเห็นของท่านจะต้องมี บทบาทหน้าที่อย่างไรบ้างคะ

    ศ. หิรัญ : การกำหนดบทบาทหน้าที่เป็นภาระที่สำคัญของคณะกรรมการ เพราะบุคคลที่กรมสรรพากรต้องการไม่จำเป็นต้องมีลักษณะเดียวกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เนื่องจากความรับผิดชอบสำหรับธุรกิจมีขนาดแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่ยุ่งยากซับซ้อน ดังนั้นคณะกรรมการจึงพิจารณาว่าผู้สอบบัญชีที่ กรมต้องการไม่จำเป็นต้องปฏิบัติงานเข้มตามมาตรฐานการสอบบัญชี แต่ต้องดูว่างบการเงินถูกต้องตามหลักการบัญชีและเสียภาษีอากร ถูกต้อง ดังนั้นในเรื่องการปฏิบัติงาน กรม-สรรพากรจึงควรใช้ประโยชน์ของผู้สอบบัญชี คือ นอกจากจะรับรองงบการเงินแล้ว ยังควรให้มีการดูแลเรื่องการเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรให้ถูกต้องด้วย จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการเพิ่มเติมในส่วนของการทำงาน และเป็นเหตุผลสำคัญที่มีการกำหนดชื่อเรียก บุคคลผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวว่า "ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ Tax Auditor (TA)"

    สรรพากรสาส์น : จะมีความยากลำบากในการทำงานมากขึ้นหรือไม่คะเพราะต้องศึกษาด้านภาษีอากรด้วย

    ศ. หิรัญ : ตามเป้าหมายคงไม่ได้มุ่งหวัง ผู้สอบบัญชีภาษีอากรเป็นผู้เชี่ยวชาญทางภาษีอากร มุ่งที่จะให้ช่วยดูแลความถูกต้องในการเสียภาษีอากรในระดับเบื้องต้นทั่วไป คณะกรรมการจึงได้กำหนดขอบเขตวิชาที่ใช้ในการทดสอบ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นความยากหรืออุปสรรคของผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้านนี้ ขณะเดียวกันทางกรมสรรพากรก็มีการจัดอบรมทางด้านภาษีให้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

    สรรพากรสาส์น : ผลการตอบรับในการเปิดรับสมัครครั้งแรกเป็นอย่างไรคะ

    ศ. หิรัญ : ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้รับความสนใจอย่างมากมาย ซึ่งในขณะนั้นได้มีการ จัดตั้งคณะกรรมการทดสอบไว้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น ปรากฏว่าไม่เพียงพอ จึงได้มีการขอ จัดตั้งกรรมการเพิ่ม สาเหตุประการสำคัญคงมาจากเป็นการรับสมัครครั้งแรก ทำให้ผู้มีสิทธิสอบมีเป็นจำนวนมาก

    สรรพากรสาส์น : เป็นเพราะห้างหุ้นส่วนเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีผู้สอบบัญชีภาษีอากรหรือไม่คะ

    ศ. หิรัญ : ถ้ากล่าวถึงห้างหุ้นส่วน ในส่วนนี้คงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าห้างเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีผู้สอบบัญชีภาษีอากร เพราะห้างมีขนาดเล็ก และความรับผิดชอบต่อ ผู้มีส่วนได้เสียมีจำนวนจำกัด

    สรรพากรสาส์น : อาจารย์วางมาตรฐานในการวัดความสามารถของผู้สอบบัญชีภาษีอากรไว้อย่างไรคะ

    ศ. หิรัญ : กรมสรรพากรไม่ได้มีการพิจารณาจำนวนผู้ขอเข้ารับการทดสอบว่ามากน้อยเพียงใด เพราะได้มีการกำหนดขอบเขตวิชาที่ต้องทดสอบไว้แล้ว ซึ่งคณะกรรมการทดสอบประกอบด้วยคณาจารย์และผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งมีความรู้ในด้านนั้นๆ เป็นผู้ออกข้อสอบ โดยการออกข้อสอบจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอาจารย์เหล่านั้น ซึ่งในครั้งแรกมีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมากกว่า 10,000 คน แต่มีผู้สอบผ่านเพียง 45 คน ดังนั้นผู้ออกข้อสอบก็ได้ใช้ดุลพินิจว่า ผู้ที่จะเข้ามาได้ก็ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ และ ประสบการณ์พอสมควร

    สรรพากรสาส์น : กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่านจะกลับมาสมัครสอบอีกได้หรือไม่คะ

    ศ. หิรัญ : หลังจากการประกาศผลสอบครั้งแรก ปรากฏว่ามีการเปิดสถาบันสอนพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรจำนวนมาก ซึ่งก็มีผู้ที่ให้ความสนใจเข้าเรียนในสถาบันดังกล่าวเป็นอย่างมากทั้งผู้ที่สอบไม่ผ่าน และผู้ที่กำลังจะเข้ามาทดสอบ ซึ่งนั่นก็แสดง ให้เห็นว่า การเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรนั้นได้รับความสนใจและอยากสอบได้เป็นจำนวนมาก เพราะบางส่วนเห็นว่า หากสอบได้ก็จะถือเป็น คุณวุฒิอย่างหนึ่งนั่นเอง และถือเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพเพิ่มเติมอีกด้วย

    เพราะการเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรเป็นวิชาชีพเฉพาะเช่นเดียวกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งตามแนวทางการปฏิบัติงานของกรมสรรพากรก็ได้มีการผ่อนปรน ประการสำคัญคือการกำหนดคุณสมบัติที่ไม่บังคับต้องผ่านการฝึกงานด้านการสอบบัญชีเช่นเดียวกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

    สรรพากรสาส์น : การที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่ต้องมีประสบการณ์การฝึกงาน จะมีผลต่อการปฏิบัติงานหรือไม่คะ

    ศ. หิรัญ : เนื่องจากการปฏิบัติงานตรวจสอบของผู้สอบบัญชีภาษีอากรเป็นการตรวจสอบห้างขนาดเล็กไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ซึ่งในการกำหนดคุณสมบัติก็ได้มีการกำหนดคุณวุฒิในสาขาวิชาที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งยังต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองที่สำคัญของกรมสรรพากร คือการทดสอบ จึงเชื่อมั่นว่าจะได้บุคคลผู้มีความรู้ที่สามารถปฏิบัติงานได้

    สรรพากรสาส์น : ความสามารถของผู้สอบ บัญชีภาษีอากรจากระยะแรกจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ท่านมองว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรคะ

    ศ. หิรัญ : ความแตกต่างคงมีไม่มาก แต่จะเป็นในแง่ของการที่ผู้สมัครรุ่นหลังพบว่าต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อให้ผ่านการทดสอบเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร

    สรรพากรสาส์น : หากกรมสรรพากรผลิตผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้จำนวนมาก คุณภาพจะลดลงหรือไม่คะ

    ศ. หิรัญ : ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะ การออกข้อสอบได้พยายามรักษามาตรฐาน เปอร์เซ็นต์ผู้ที่ผ่านการทดสอบก็แสดงให้เห็นว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้จริง คุณภาพของการปฏิบัติงานมีความสำคัญมากกว่า ในเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้สอบบัญชีภาษีอากรเท่านั้น ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก็ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

    สรรพากรสาส์น : ท่านมองว่าประเด็นสำคัญของการปฏิบัติงานผู้สอบบัญชีภาษีอากรคือควรจะสามารถให้ความรู้ด้านภาษีอากรแก่ห้างหุ้นส่วนด้วยหรือไม่คะ

    ศ. หิรัญ : ถูกต้อง คำเรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร เพราะอยากให้บุคคลเหล่านี้มีความรู้ด้านภาษีอากร สามารถถ่ายทอดความรู้ด้าน ภาษีอากรได้ด้วย ในการปฏิบัติงานจึงควรมี การแนะนำแก่ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กว่าสิ่งใดไม่ ถูกต้อง เพราะผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องเป็นผู้รับรองความถูกต้องด้านภาษีอากรด้วย ดังนั้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจึงต้องให้ความสำคัญและสนใจประมวลรัษฎากร แม้ว่าในเบื้องต้นสำหรับ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรแล้ว คงหวังจะให้ดูแลเรื่องภาษีอากรในส่วนปัญหาเชิงลึกคงเป็นไปได้ยาก เพราะในความเป็นจริง ยังไม่ได้วางขอบเขต หน้าที่หรือแม้แต่การฝึกอบรมให้ลึกซึ้งพอที่จะถือเป็นตัวแทนกรมสรรพากร

    สิ่งที่จะกล่าวต่อไปคือ ในการกำหนดให้มี ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ในที่สุดแล้วกรมสรรพากรได้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เพียงใด นอกจากนี้จากที่เคยพบกับผู้บริหารของกรม-สรรพากร ก็ทราบว่าทางกรมสรรพากรมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนผู้สอบบัญชีภาษีอากรให้เป็น เช่นเดียวกับผู้สอบบัญชีภาษีอากรในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความชัดเจนมาก มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน ในด้านภาษีอากรเป็นผู้ตรวจสอบและกลั่นกรองการยื่นเสียภาษีในเบื้องต้น และได้รับการอบรมพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งเชื่อว่าหากเป็นเช่นเดียวกับต่างประเทศแล้ว กรม-สรรพากรจะได้รับประโยชน์สูงสุด

    สรรพากรสาส์น : มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กรมสรรพากรจะปรับเปลี่ยนผู้สอบบัญชีภาษีอากรให้มีลักษณะเช่นเดียวกับต่างประเทศ และจะต้องประกอบไปด้วยปัจจัยใดบ้างคะ

    ศ. หิรัญ : มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน โดยอาจมีการพิจารณาว่าต้องปรับปรุงคุณสมบัติในส่วนใดเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกรมสรรพากร เช่น เพิ่มการจัดอบรมในหลักสูตรต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร แต่ในรายละเอียดส่วนลึกคงไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนใน ตอนนี้ แต่ทราบเพียงว่า ในประเทศญี่ปุ่นนอกจากจะมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว ยังคง มีผู้สอบบัญชีภาษีอากร แต่จะดูแลกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก หรือกลุ่มย่อยเป็นส่วนมาก

    สรรพากรสาส์น : จำนวนของผู้สอบบัญชีภาษีอากรในปัจจุบันถือว่าเพียงพอแล้วหรือยังคะ

    ศ. หิรัญ : ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้สอบบัญชีภาษีอากรกับจำนวนห้างหุ้นส่วนถือว่าเพียงพอ เพราะเมื่อพิจารณาจากบุคคลที่สอบผ่าน ปรากฏว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร บางรายก็มิได้ปฏิบัติงานจำนวนมาก บางรายถือว่าเป็นคุณวุฒิที่สร้างความภูมิใจเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่สอบผ่าน เคยได้ยินบางคนบอกว่าข้อสอบผู้สอบบัญชีภาษีอากรยากกว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอีก แต่ในการทดสอบนั้นก็จะเป็นไปตามขอบเขตวิชาที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน ตัวอย่างที่ผ่านมาจะทำให้ผู้เข้าสอบทราบแนวความยากง่ายของวิชาภาษีอากร

    สรรพากรสาส์น : ทางด้านการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีภาษีอากรในปัจจุบันล่ะคะเป็นที่น่าพอใจสำหรับท่านแล้วหรือยังคะ

    ศ. หิรัญ : คงไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน แต่อย่างที่กล่าวเน้นเสมอ คือ ความมั่นใจในคุณภาพการปฏิบัติงาน (Quality Assurance) หมายความว่า เราจะมั่นใจคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีได้อย่างไร ซึ่งในปัจจุบันผมถือว่ายังคงไม่เพียงพอ เช่น กรณีรับรองงบการเงินเกินกว่า 300 รายต่อปี ก็ถือเป็นเกณฑ์วัดคุณภาพงานได้ แต่ก็หยาบเกินไป เพราะถ้าจะเป็น Quality Assurance แล้ว ต้องมีวิธีการมากมายในกำหนดเกณฑ์วัดคุณภาพ เพื่อที่จะสร้างให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน เพราะสำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเรื่องดังกล่าวก็มีความสำคัญมาก

    สรรพากรสาส์น : ขอเรียนถามในเรื่องของจรรยาบรรณผู้สอบบัญชีภาษีอากรค่ะ

    ศ. หิรัญ : จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะสะท้อนถึงการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพและความเชื่อมั่นในผลงาน ผู้สอบบัญชีไม่ควรมีส่วนได้เสียในกิจการที่รับตรวจหรือรับทำงานที่ทำให้ตนไม่สามารถแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ ไม่ควรแย่งงานจากผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกัน เป็นต้น ไม่ควรให้คำปรึกษาในการหลบภาษี กล่าวโดยสรุป คือ ควรมีศักดิ์ศรีในการประกอบวิชาชีพ

    การรักษาจรรยาบรรณจะได้ผลเมื่อมีการติดตามดูแลผู้กระทำความผิดแล้วนำมาลงโทษเพื่อให้เกิดผลบังคับ เพราะบางครั้งจะเห็นว่ากฎหมายมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดแต่ไม่มีผลบังคับเลย ซึ่งสาเหตุที่ไม่มีผลบังคับเกิดจากไม่มีการใช้บังคับจริงหรือติดตามให้มี ผลบังคับจริง จึงทำให้เกิดการปฏิบัติผิดจรรยา-บรรณกันทั่วไป ดังนั้นเมื่อมีบทกำหนดโทษเรื่องจรรยาบรรณแล้วจะต้องมีผู้รับผิดชอบติดตาม เพื่อนำผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษ

    สรรพากรสาส์น : ท่านมองบทบาทของ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรในอนาคตอย่างไรคะ

    ศ. หิรัญ : เบื้องต้นกรมสรรพากรควรประเมินผลว่าการมีผู้สอบบัญชีภาษีอากรบรรลุเป้าหมายของกรมสรรพากรหรือไม่ เพียงใด แม้ว่าจะบรรลุเป้าหมายของกรมแล้ว ถ้าจะใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เพื่อช่วยกรมสรรพากร ลดภาระในเรื่องการตรวจสอบการเสียภาษีให้ ถูกต้อง ก็จำเป็นจะต้องปรับปรุงคุณสมบัติ เพิ่มความรู้ให้แก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของกรมสรรพากร

    สรรพากรสาส์น : ขอเรียนถามถึงข้อคิด ในการทำงานของท่าน ทั้งในด้านของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และการเป็นกรรมการด้านวิชาการต่างๆ

    ศ. หิรัญ : ข้อคิดในการทำงานในบทบาทหน้าที่ต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมานั้น ข้อสำคัญคือ

    1. ต้องรู้ว่ามีความรับผิดชอบหน้าที่อย่างไร หากมีกฎหมายบังคับก็จะต้องทราบหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายนั้นด้วย มิฉะนั้นก็จะมีความเสี่ยงที่จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนและ/หรือขัดต่อข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

    2. ต้องมีความมั่นใจว่าสามารถทำงานที่ได้รับการเสนอได้อย่างเต็มที่ เพราะบทบาทงาน ที่ปรึกษา หรือกรรมการ หากมีจำนวนมากเกินไปก็จะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะทำงานในหน้าที่ใดต้องสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้ผลงานของเรา กล่าวได้ว่าข้อนี้คือเราต้องรู้จักพอเพียงในตัวเอง

    3. หมั่นแสวงหาความรู้ด้านอื่นๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา เพื่อให้ผลงานครอบคลุมครบถ้วน หากงานที่ทำไปสัมพันธ์กับธุรกิจใดก็ต้องศึกษาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจนั้น เพื่อให้ได้ความเห็น ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานที่ใช้ผลงานของเรา

    สรรพากรสาส์น : สุดท้ายนี้ ขอให้อาจารย์ฝากข้อคิดให้กับผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร รวมทั้งผู้สอบบัญชีภาษีอากรในปัจจุบันด้วยค่ะ

    ศ. หิรัญ : สำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ควรเตรียมความพร้อมให้กับตนเองทั้งในด้านความรู้และประสบการณ์ และที่สำคัญควรดูขอบเขตวิชาที่จะทดสอบที่กรม-สรรพากรประกาศ นอกจากนี้ปัญหาที่พบบ่อยประการหนึ่งสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร คือ ไม่อ่านข้อกำหนดที่กรมสรรพากรประกาศ เช่น ห้ามใช้ดินสอในการทำข้อสอบ ก็ปรากฏว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ใช้ดินสอ แม้ว่า คำตอบจะถูกแต่ก็ถือว่าทำผิดกติกาที่วางไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก สะท้อนว่าท่านไม่เอาใจใส่ได้เช่นกัน

    สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานแล้ว ควรปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับผู้ที่เลือกให้เราตรวจสอบและหน่วยงานที่ต้องการความเห็นหรือผลงานจากเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องหมั่นแสวงหาความรู้ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ และที่สำคัญที่สุดต้องติดตามความก้าวหน้าทางวิชาชีพ รวมทั้งด้านภาษีอากร เพราะปัจจุบันนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากไม่ติดตามก็จะทำให้กลายเป็นคนล้าสมัยทางวิชาชีพได้

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     
     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.